มาทำความรู้จักยูทูปเบอร์อย่าง HRK

          ถ้าพูดถึงนักยูทูบเบอร์ หรือ นักแคสเกมชื่อดังในประเทศไทยแล้วหล่ะก็รับรองเลยว่าแถบจะไม่มีใครไม่รู้จักเขาคนนี้ นั่นก็คือ คุณเอก Heart Rocker นักยูทูบเบอร์ชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องสร้างเสียงหัวเราะกับให้คนดู และยังมีการแคสเกมที่มีสไตล์ โดดเด่น ไม่เหมือนใคร รวมทั้งเสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ที่เรียกได้ว่าใครที่ได้ยินนั้นต้องพาลหัวเราะ หรือไม่ก็อมยิ้มตามไปด้วยแน่ๆ

          คุณเอกมีอีกหลายชื่อเรียกจากแฟนคลับของพวกเขา นั่นคือชื่อ พี่เอก พี่ลูกดอก พี่เหยก และอื่นๆอีกมากมาย ชื่อพวกนี้ได้มาจากกลุ่มแฟนคลับของเขาที่มีชื่อเรียกว่า ด้อมนกอ้วน หรือ ชาวนกอ้วน ถ้าถามว่าชื่อนี้มีที่มายังไงก็คงต้องตอบว่ามาจากตัวพี่เอกที่เล่นเกมเกมนึงที่มีชื่อว่า Planet Zoo ที่เป็นเกมแนวสร้างและจำลองการบริหารสวนสัตว์ที่ผู้เล่นสร้าง โดยที่ตัวคุณเอกได้มีการสร้างโดยใช้ปลาปักเป้าเป็นตัวหลักๆในการตกแต่ง แต่ทว่าคุณเอกไม่ได้เรียกมันว่าปลาปักเป้าแต่กลับเรียกว่า นกอ้วน ตั้งแต่นั้นคุณเอกได้มีการไลฟ์สดและเปิดการสมัครสมาชิกสำหรับช่องแชท จึงได้มีการเรียกชาวแฟนคลับที่น่ารักว่าชาวนกอ้วนนั่นเอง

          หลายคนอาจจะรู้จักคุณเอกได้จากเสียงหัวเราะ หรือการแคสเกมที่สนุกๆ บางคนอาจจะมองคุณเอกเป็นแค่นักยูทูบเบอร์ที่ทำตัวตลกๆ แต่ในการเล่นเกมของคุณเอกส่วนใหญ่จะเป็นเกมเนื้อเรื่องที่เป็นภาษาอังกฤษแน่นอนว่าคนทั่วไปอาจจะเล่นไม่ค่อยได้เพราะแปลไม่ออก แต่คุณเอกสามารถแปลได้อย่างไหลรื่น ทำให้เกิดความสนุก เพลิดเพลิน ตามไปอีก ความสามารถของคุณเอกไม่ได้มีแค่นี้ คุณเอกมีความสามารถในการวิเคราะห์เกมเกมนึง และใช้สติในการเล่นเกม โดยเฉพาะกับพวก Toxic ที่เก่งการใช้สกิลปาก แต่คุณเอกกลับไม่ว่าด่าทอกลับไปนับว่าเป็นการที่มีสติและคิด วิเคราะห์ ได้อย่างสมกับเป็นผู้ใหญ่  

           คุณเอกนั้นเกิดวันที่ 8 เดือนพฤษภาคม พ.ศ 2535 (ปัจจุบันอายุ 29 ปี) โดยที่คุณเอกเริ่มทำช่องยูทูบ วันที่ 3 เดือนธันวาคม พ.ศ 2555 จนถึงปัจจุบันมีผู้ติดตามมากกว่า  6,990,000 คน โดยมีรายได้เฉลี่ย 9 แสน – 3 ล้าน บาทต่อเดือน รายได้ต่อ 1 วิดิโอ ประมาณ 2 แสนบาท เป็นนักแคสเกมอันดับต้นๆของประเทศไทย และยังเป็นที่รู้จักของคนในต่างประเทศอีกด้วย หลายๆคนอาจจะเห็นคุณเอกที่เป็นคนตลก สดใส ร่าเริง แต่ในแต่ละคริปของคุณเอกมักจะมีคำแนะนำ คำสอน การให้กำลังใจคนอื่นที่สามารถทำให้คนๆนึงสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ บางคนอาจจะเห็นแค่เขาเป็นคนตลก แต่สำหรับบางคนพี่เอกคือ โลกแห่งรอยยิ้มของเขา

 

 

สนับสนุนโดย    ติดต่อ ufabet

Continue Reading

กลับบ้านวันสงกรานต์ ชีวิตที่ต้องเริ่มต้นใหม่

         อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนคนไทยที่ทำงานอยู่ไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองจะมีโอกาสได้เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านและไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวเป็นระยะเวลาหลายวันโดยในแต่ละปีนั้นช่วงเทศกาลวันสงกรานต์จะเป็นช่วงที่คนเดินทางกันเยอะมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มาทำงานในกรุงเทพฯจะต้องเดินทางกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อเยี่ยมญาติพี่น้องและไปทำบุญในช่วงสงกรานต์

         แต่สำหรับสงกรานต์ในปีนี้นั้นอาจจะแตกต่างจากสงกรานต์ในทุกๆปีเนื่องจากสงกรานต์ในปีนี้ได้มีการเปิดโอกาสให้มีการจัดกิจกรรมการเล่นน้ำในวันสงกรานต์เพราะต้องมีการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิคนั่นเองแต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในปีนี้จะมีคนเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดกันเยอะขึ้นโดยเฉพาะคนที่อยู่ในกรุงเทพฯซึ่งเชื่อว่าการกลับบ้านในช่วงสงกรานต์ในปีนี้นั้นจะแตกต่างจากปีที่ผ่านมา

      สำหรับ ในปีนี้จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่นั้นตกงานกันมากขึ้นดังนั้นในการกลับบ้านของคนส่วนใหญ่ในครั้งนี้อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นก็ได้เพราะพวกเขาเหล่านั้นอาจจะเลือกเดินทางกลับบ้านเพื่อไปตั้งหลักชีวิตของตนเองเลือกที่จะหันมาประกอบอาชีพใหม่ซึ่งเป็นอาชีพที่สามารถทำงานอยู่ใกล้บ้านของตนเองได้เพราะในกรุงเทพฯตอนนี้นั้นมีอาชีพหลายอาชีพที่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพพนักงานบริษัท

             ซึ่งมีหลายบริษัทมากที่ตอนนี้ต้องปิดทำการชั่วคราวหรือบางบริษัทก็ยกเลิกกิจการไปเลยและยังมีบางสายอาชีพที่มีการควบคุมอย่างเช่นร้านอาหารกลางคืนหรือแม้แต่ผับบาร์ก็เปิดถึงได้เพียงแค่ 9:00 น เท่านั้นและคนงานที่จะทำงานตามร้านอาหารต่างๆก็ลดน้อยลงเนื่องจากว่าเจ้าของกิจการนั้นต้องการเซฟค่าใช้จ่ายนั้นเองทำให้ในขณะนี้กรุงเทพฯซึ่งเป็นสถานที่ที่เคยหนาแน่นไปด้วยสถานที่ให้ทำงานกับกลายเป็นว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่หางานทำได้น้อยมากเพราะมีหลายอาชีพต้องหยุดชะงักชั่วคราว

           ดังนั้นตอนนี้กรุงเทพฯจึงไม่ใช่สถานที่ที่เราจะสามารถเดินทางมาแล้วมีงานทำได้ในทันทีซึ่งด้วยเหตุผลนี้เองจะทำให้คนที่เคยทำงานในกรุงเทพฯสินใจที่จะกลับบ้านในช่วงสงกรานต์นี้อาจจะใช้ช่วงเวลานี้อยู่ในบ้านเกิดของตนเองไปหางานทำใกล้บ้านจะเป็นหนทางที่สามารถดูแลตนเองได้ดีที่สุด 

           เพราะการทำงาน ในบ้านเกิดของตัวเองนั้นจะสามารถทุนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันส่วนตัวได้เยอะเพราะไม่ต้องมาเสียค่าเช่าบ้านและอาหารการกินก็ยังถูกกว่าในกรุงเทพฯเป็นอย่างมากเลยทีเดียวซึ่งวิธีการนี้จะทำให้คนที่ทำงานอยู่ในจังหวัดบ้านเกิดของตนเองนั้นสามารถมีเงินเก็บที่มากขึ้นดังนั้นเชื่อว่าหลังจากหมดช่วงสงกรานต์คนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯน้อยลงอย่างแน่นนอน

 

 

สนับสนุนโดย.  gclub casinoทดลองเล่น

Continue Reading

การเติบโตอย่างทวีคูณของศิลปะในปัจจุบัน

เมื่อพูดถึงการเติบโตครั้งใหญ่และการฟื้นคืนชีพของศิลปะในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องผิดที่ตอนนี้คุณสามารถเห็นงานศิลปะต่างๆและมองว่ามันเป็นโครงสร้างการทำงานที่มีประสิทธิภาพเสมอ เมื่อรูปแบบการสื่อสารเปลี่ยนไปหรือเมื่อโครงสร้างการทำงานที่แตกต่างกันในยุคปัจจุบันก่อให้เกิดการเรียนรู้รูปแบบการสื่อสารหรือแม้กระทั่งเมื่อโครงสร้างการพัฒนางานมีวิวัฒนาการและเปลี่ยนแปลงไปด้วยเหตุนี้เมื่อใช้สิ่งที่แตกต่างกัน

  อย่างที่รู้กันว่าการเติบโตในประเทศไทยมีข้อจำกัดอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกทางความคิดหรือไม่จะเป็นลักษณะของการทำงานต่างๆ จิตรกรหรือศิลปินในยุคปัจจุบันจึงมีความต้องการในการเข้ามาในโลกออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นเพราะมีการเติบโตและมีการแพทย์รายได้เพิ่มมากขึ้นแถมยังสามารถค้นหากลุ่มคนที่ต้องการค้นหางานของตัวเอง

หรือมีความชื่นชอบงานตัวเองวิชาต่างๆในการเล่าเรียนของสายงานศิลปะต่างๆเหล่านี้ค่อนข้างมีทิศทางที่ตรงไปตรงมาไม่ว่าจะเป็นลักษณะการทำงานรูปแบบในการพัฒนางานต่างๆ ต้องยอมรับว่ารูปแบบในการทำงานต่างๆในปัจจุบันที่นักเรียนนักศึกษาหลายคนถูกครอบงำอยู่ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของการผลิตงานที่ซ้ำเยอะเกินไป

หรือว่าในการเสพ Content ที่มีความเศร้ามากเกินไปหรือว่าลักษณะงานที่ถูกถ่ายทอดมานั้น คนเค้ามีความส่งเสริมทั้งนั้นงานต่างๆนะครับท่านเอาเสียงตอนนี้เป็นมวลรวมซึ่งการพัฒนามากมาย อย่างไรก็ตามใน YouTube ที่รูปแบบในการทำงานไม่ว่าจะเป็นดนตรีงานศิลปะต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นลักษณะในการต่างๆสามารถหาศึกษานอกสถานที่ในการเรียนได้จึงทำให้การเติบโตอย่างทวีคูณของงานศิลปะต่างๆตอนนี้ค่อนข้างเยอะมากยิ่งขึ้น ลักษณะในการเรียนการสอนที่ค่อนข้างไวไม่ว่าจะเป็นสื่อ Content ต่าง

และการพัฒนาของเสียงขณะนี้ซึ่งมีการเติบโตและถูกส่งเสริมมาในโลกออนไลน์ที่ค่อนข้างมาก วิวัฒนาการของการศึกษาลักษณะในการทำงานต่างๆจึงมีการเติบโตและมีการขึ้นอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าโครงสร้างในการพัฒนาของการศึกษาเกี่ยวกับงานศิลปะต่างๆค่อนข้างมีการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นสุนทรียภาพต่างๆการสร้างสรรค์ผลงานหรือไม่เช่นแนวคิดและ Message ต่างๆ

ที่อยู่ในงานศิลปะมากมายจึงนำมาพูดถึงในวงกว้างโดยเฉพาะโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่ซึ่งเป็นสถานที่ที่ค้นหาปลาที่อย่างรวดเร็วหรือว่าการพัฒนาการศึกษาต่างๆที่มีความต้องการหรือมีข้อจำกัดต่างๆก็มีพื้นที่มากมายในการเผยแพร่ในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงเสียตังค์เรานี่เองนี่มีการเติบโตและพัฒนาอย่างดีมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมในการทำงานซึ่งทำให้มนุษย์ในยุคปัจจุบันสามารถเรียนรู้และพัฒนาของเสียเหล่านี้ได้อุปสรรคของการทำงานของเสียงดังมากมายเหล่านี้ทำให้รูปแบบและการทำงานหนักทางของหลายคนโดยเฉพาะในรัชกาลที่ 9 สร้างสรรค์แนวคิดต่างๆการทำงานต่างๆรวมถึงลักษณะในการทำงานต่างๆมากมายจึงมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านการวัดผล โตของลักษณะงาน จึงมีการเติบโตอย่างทวีคูณในช่วงอายุปัจจุบันเท่านี้ 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ufabet

Continue Reading

โรงเรียนแนวทางเลือกใหม่

         กำลังเป็นกระแสวิจารณ์ของสังคมโดยเฉพาะสังคมออนไลน์เมื่อมีโรงเรียนโพธิสารพิทยากรได้ออกมาปฏิวัติหลักการสอนการเปิดการเรียนซึ่งเป็นการเรียนสำหรับเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  โดยที่โรงเรียนแห่งนี้ได้มีการเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนใหม่ซึ่งหลักสูตรล่าสุดที่มีการเปิดนั้นมีการระบุว่าจะมีการเปิดหลักสูตรสำหรับการเน้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ซึ่งเป็นสาขาที่นักศึกษายังอยากเรียนโดยจะมีการเปิดทั้งหมด 7 แผนกด้วยกันซึ่งแผนกแรกนั้นก็จะเป็นแผนกเภสัชกรและเตรียมแพทย์ส่วนแผนกต่อมานั้นก็จะเป็นแผนกวิศวกรและสถาปัตยกรรมมีแผนกหนึ่งก็คือแผนก คอมพิวเตอร์และเตรียมวิทย์แผนกต่อมาก็จะเป็นการเปิดแผนกเรียนนิเทศเพื่อเรียนมนุษยศาสตร์และยังมีแผนกศิลปกรรมส่วนอีก 2 แผนกสุดท้ายก็คือแผนกบริหารธุรกิจการบัญชีและแผนกนิติรัฐศาสตร์ซึ่งทั้ง 7 แผนกนี้จะเป็นการปูพื้นฐานเด็กๆว่าเด็กนักเรียนคนไหนอยากจะไปเอนทรานซ์สอบเข้าแผนกไหนในอนาคตตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

ก็จะเป็นการเรียนแบบเฉพาะเจาะจงไปเลยซึ่งแต่เดิมนั้นโรงเรียนทุกโรงเรียนมีแนวการสอนเหมือนกันหมดก็คือจะเปิดการสอนให้เป็นวิชาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์หรือแม้แต่เรียนศิลปศาสตร์และภาษาการคำนวณซึ่งเป็นการเรียนแบบเรียนเหมาทั้งหมดแล้วให้เด็กไปเรียนเสริมเพื่อมุ่งเน้นว่าจะสอบเข้าคณะไหนดีตอนอยู่มหาวิทยาลัย 

ซึ่งหลังจากที่ชาวโซเชียลได้รู้เกี่ยวกับเรื่องของแนวการเรียนแบบใหม่ของโรงเรียนโพธิสารพิทยากรการก็ออกมาวิจารณ์ถึงแนวการเรียนแบบใหม่นี้ว่าไม่เหมาะกับเด็กไทยมากนักซึ่งการเรียนแบบนี้นั้นจะทำให้เด็กนั้นไม่มีความรู้ครอบคลุมอีกครั้งหลายคนมองว่าหากในอนาคตนั้นเด็กเรียนแผนกในแผนกหนึ่งไปแล้วแต่มารู้ตัวภายหลังว่าตนเองไม่เหมาะกับแผนกที่เลือกเรียนก็จะทำให้เสียเวลาในการเลือกเรียนวิชานั้นๆไปหลายคนมองว่าการเรียนแบบเดิมนั้นเป็นการเรียนแบบนี้ดีที่สุดแล้ว

เพราะว่าเด็กอายุแค่ 15 16 นั้นพวกเขายังไม่สามารถที่จะทำการวิเคราะห์ตนเองได้ว่าแท้ที่จริงแล้วเขาอยากทำงานอาชีพอะไรดังนั้นเด็กส่วนใหญ่จึงมองว่าเรียนไปก่อนแล้วค่อยคิดทีหลังก็มีแต่ถ้าเกิดว่ามีการเปิดการสอนแบบมุ่งเน้นไปเลยจะทำให้เด็กบางคนที่ยังไม่รู้ว่าตนเองชอบอะไรอย่างแท้จริงเลือกวิชาเรียนที่ผิดพลาดได้ซึ่งมันจะมีผลต่ออนาคตของเด็กนั่นเอง

อย่างไรก็ตามมีหลายเสียงเหมือนกันที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่าการเปิดการเรียนการสอนแบบใหม่ของโรงเรียนโพธิสารพิทยานั้นจะเป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งจะทำให้เด็กนั้นสามารถบรรลุเป้าหมายกับที่ตนเองตั้งใจเอาไว้ได้เลยซึ่งท้ายที่สุดแล้วการสอนแบบเดิมหรือการสอนแบบใหม่เป็นสิ่งที่ผิดหรือถูกนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการเรื่องของเด็กๆเองเพราะถ้าหากว่าเด็กๆไม่ชอบแนวการสอนแบบนี้ก็สามารถเลือกสมัครโรงเรียนอื่นได้นั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย.    บาคาร่า sa

Continue Reading

การสอนภาษาอังกฤษผ่านระบบออนไลน์นั้น ควรเลือกอาจารย์ที่เก่ง สำเนียงดีมากสอน

           อย่างที่เรากำลังทราบกันดีกว่าตอนนี้กำลังมีกระแสดราม่าเกี่ยวกับการสอนผ่านระบบออนไลน์ไม่ว่าจะเรื่องของเนื้อหาการสอนที่น่าเบื่อทำให้เด็กหลายคนไม่สนใจที่อยากจะเรียน และดราม่ายังมีอีกหลากหลายแต่ที่กำลังมีการพูดคุยกันมากที่สุดอยู่ในตอนนี้คือ ครูสอนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  นั้นนอกจากจะสอนไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว ยังพูดผิดผิดถูกถูก

การพูดไม่ได้ตรงตามกับหลักของไวยกรณ์และสำเนียงของภาษาที่พูดออกมานั้นก็ไม่เหมือนกับสำเนียงของฝรั่ง ทำให้หลายคนออกมาต่อว่าการเลือกครูมาสอนภาษาอังกฤษในครั้งนี้ ซึ่งหากถามว่าครูคนนั้นผิดไหม คงตอบได้ว่าไม่ผิด เพราะคนไทยในสมัยก่อนสำเนียงก็ไม่ได้ดีหรือเหมือนกันฝรั่งพูดกันอยู่แล้ว

แต่ทางกระทรวงศึกษาธิการเองก็ควรจะมีการคัดเลือกครูที่จะมาสอนออกสื่อทั่วประเทศแบบนี้ให้กับเด็กนักเรียนให้ดีมากกว่านี้ เพราะการเริ่มต้นของการศึกษาหากเด็กได้เรียนกับภาษาอังกฤษที่มีสำเนียงที่ผิดเพี้ยนไปก็ทำให้การเรียนต่อต่อไปของเด็กจะได้สำเนียงที่ไม่ถูกต้องตามไปด้วยนั่นเอง 

 และกระแสการดราม่าครั้งนี้ก็มีทั้งออกมาปกป้องครูและออกมาต่อว่า แต่ที่ถูกแล้วเราไม่ได้ว่าครูที่มาสอนเพียงแค่หากรัฐบาลต้องการที่จะให้มีการเรียนออนไลน์จริงก็ควรจะมีการคัดสรรครูที่จะมาสอนให้กับเด็กเด็กสักนิดเพราะความรู้พื้นฐานของเด็กนั้นสำคัญมากมากเลยก็ว่าได้ หากได้รับการสอนมาในแบบผิดผิดมาตั้งแต่ต้น ต่อไปเด็กก็จะเรียนรู้แบบผิดผิดนั่นเอง

  หากเราเคยลองนำเด็กสองคนมาออกเสียงภาษาอังกฤษให้ฟังโดยเด็กคนหนึ่งเรียนกับครูคนไทยที่ออกเสียงไม่ถูกต้อง และในขณะที่เด็กอีกคนได้รับการสอนจากครูที่สำเนียงตรงตามฝรั่งเป๊ะ คิดว่าเด็กสองคนนี้จะแตกต่างกันไหม ใช่ค่ะ ย่อมแตกต่างแน่นอน เพราะเด็กที่ได้รับการสอนมาอย่างถูกต้องเขาก็จะออกสำเนียงเหมือนกับฝรั่ง

เมื่อไปพูดกับฝรั่งก็จะทำให้สื่อสารกันได้เข้าใจ แต่หากน้ำเสียงที่เราเปล่งออกมานั้นผิดเพี้ยนย่อมสื่อสารกับฝรั่งไม่รู้เรื่องแน่นอน ซึ่งมันจะส่งผลกระทบกับเด็กในอนาคตเมื่อพวกเขาโตขึ้นและต้องไปทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ พวกเขาจะเก่งเฉพาะกับการอ่านเท่านั้น แต่การพุดคุยพวกเขาจะไม่สามารถสื่อสารได้รู้เรื่องเลย ดังนั้น รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการควรนำเรื่องนี้ไปทำการปรับปรุงอย่างเร่งด่วนเพื่อให้การเรียนการสอนของไทยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เด็กไทยได้เก่งขึ้นนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    เว็บพนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 50

Continue Reading

เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จริงไหม

คนเราเมื่อเรานั้นได้พบข้อบกพร่องหรือสิ่งที่เป็นลักษณะนิสัยที่ไม่ดี เรานั้นก็จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองซึ่งสิ่งเหล่านี้เรานั้นไม่สามารถที่จะค้นพบได้ด้วยตัวเองหรือถ้าหากสามารถค้นพบสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตัวเองก็อาจจะต้องใช้เวลาหน่อยกว่าจะรู้ว่าตัวเรานั้นมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างและลักษณะนิสัยที่ควรจะเป็นโดยส่วนใหญ่แล้วนั้น

สิ่งเหล่านี้มักจะเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดหรือบอกกล่าวมาจากคนรอบข้างว่าเรานั้นควรเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไรเพราะสิ่งที่เราเป็นอยู่นั้นเราอาจจะไม่รู้ตัวและอาจจะเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความรำควนใจและความเดือดร้อนให้ผู้อื่นได้ดังนั้นแล้วเราทุกคนสามารถที่จะปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างแน่นอนแต่อาจจะต้องมีการปรับทัศนคติของตัวเองว่าเรานั้นสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เพราะในบางคนก็เกิดการต่อต้นในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเช่นกัน

เปลี่ยนเพื่ออะไร สิ่งที่จะทำให้นั้นสามารถเปลี่ยนตัวเองได้หรือไม่ได้นั้นก็คือการหาเหตุผลว่าเรานั้นเปลี่ยนเพื่ออะไร เพราะถ้าหากความคิดเรานั้นรู้ถึงเหตุผลว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อออะไรเราก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงด้านที่ไม่ดีของเราได้อย่างถาวร โดยในช่วงแรกการเปลี่ยนแปลงตัวเองมักเป็นเรื่องที่ยากเสมอ

แต่เมื่อเรารู้ถึงจุดมุ่งหมายเราจะค่อยๆชินความชินนี้จะนำไปสู่กระบวนการปรับตัวอย่างถาวรนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น เรานั้นดูดบุหรี่ก็คือด้านที่ไม่ดีและเป็นอันตรายต่อคนอื่นและเมื่อเราตั้งจจะเลิกบุหรี่ซึ่งไม่มีเป้าหมายว่าเรานั้นเลิกเพื่ออะไรแน่นอนว่าเราอาจจะสามารถทำได้แต่มันจะเป็นเรื่องที่โครตจะยากเลย แต่ถ้าหากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเรานั้นจะเลิกบุหรี่เพื่อลูก หรือคนในครอบครัวการเปลี่ยนแปลงตัวเองนั้นจะสามารถทำได้ง่ายและเร็ววกว่ากลุ่มคนที่ไม่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงตัวเองยังไงละ

เปลี่ยนเพื่อใคร ซึ่งก็เป็นสิ่งที่สอดสอดกับข้อที่ว่าเปลี่ยนเพื่ออะไรนั่นเองเพราะเมื่อเราสามารถหาสาเหตุว่าเพื่ออะไรได้แล้วมักจะมีสิ่งที่จะเป็นแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครแทรกเข้ามาด้วยซึ่งจริงๆแล้วนั้นถ้าหากเราไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงเพื่อใคร ก็อาจจะคิดเสียว่าแปลงแปลงเพื่อตัวเองนั่นเอง เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ได้รับผลลัพธ์โดยตรงก็คือตัวเรานั่นเอง ไม่ต้องเปลี่ยนเพื่อใครแต่เป็นการเปลี่ยนเพื่อตัวเอง

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไร เมื่อเราเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วนั้น เราลองสังเกตได้ว่า เราหรือคนนอบข้างนั้นจะมีความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เพราะถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมากขึ้นคนรอบข้างก็อาจจะมีการชื่นชมในสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีนั่นเองและโดยส่วนใหญ่คนที่เปลี่ยนแปลงตัวเองนั้นมักเปลี่ยนเป็คนที่ดีเสมอ ดังนั้นแล้วเราจะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้หรือไม่นั้นคำตอบอยู่ที่ตัวเรานั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  gclub slot เล่นผ่านเว็บ

Continue Reading

พระราชบัญญัติคู่ชีวิตคืออะไร

ปัจจุบันได้มีการยกร่าง พระราชบัญญัติคู่ชีวิตขึ้น ประกอบด้วย 4 หมวด หมวด 1 ว่าด้วยเรื่องการจดทะเบียนคู่ชีวิต หมวด 2 ว่าด้วยเรื่องการเป็นคู่ชีวิต หมวด 3 ว่าด้วยเรื่องบุตรบุญธรรม หมวด 4 ว่าด้วยเรื่องมรดก มีมาตราประมาณ 50 มาตรา โดยตอนนี้ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตได้ผ่านการพิจารณาในชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่คู่รักเพศเดียวกัน 

ทำไมเราถึงควรสนับสนุนให้มีการร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต

คู่รักเพศเดียวกันไม่สามารถจดทะเบียนสมรสได้ตามกฎหมาย เมื่อมีกรณีที่เกี่ยวกับกฎหมายบางอย่างคู่รักเพศเดียวกันย่อมถูกจำกัดสิทธิเพราะไม่ใช่สามีภริยาที่ถูกต้องตามกฎหมายจึงไม่อาจกระทำการใดก็ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในเรื่องของสามีภริยาได้ เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดไว้ว่าชายหญิงเท่านั้นที่จะสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ตามกฎหมาย เมื่อเช่นนั้นแล้วปัญหาในเรื่องการถูกจำกัดสิทธิจึงเกิดขึ้น อย่างเช่น

กรณีที่ไม่สามารถกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถร่วมกันได้ เพราะถ้าจะกู้เงินซื้อบ้านซื้อรถร่วมกันได้จะต้องมีความสัมพันธ์กันเช่น พ่อ-ลูก แม่-ลูก สามี-ภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

กรณีมรดก มรดกไม่อาจตกทอดได้ถ้าไม่ใช่ทายาทโดยธรรมตามที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือถ้าไม่ใช่ พ่อ แม่ บุตร สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย พี่น้องพ่อแม่เดียวกัน พี่น้องพ่อหรือแม่เดียวกัน ลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย แล้วนั้นก็จะไม่มีสิทธิ์ได้รับมรดกตามกฎหมายกำหนดเลย นอกเสียจากว่าจะได้ทำพินัยกรรมไว้

กรณีการผ่าตัด การรับการรักษาทางการแพทย์ บุคคลที่จะสามารถเซ็นต์เอกสารให้การยินยอมในการรับการรักษาหรือแม้กระทั่งการงดเว้นการรักษาได้ก็ต้องเป็น พ่อ แม่ บุตร สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย

กรณีที่กล่าวไปข้างต้นนั้นย่อมเป็นปัญหาแก่คู่รักเพศเดียวกันในการที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ดังนั้นจึงต้องมีการยกร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิตขึ้น ซึ่งในพระราชบัญญัตินั้นจะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการอยู่ร่วมกัน และความสัมพันธ์ระหว่างคู่ชีวิต รวมถึงมีการรับรองให้สามารถกระทำการต่างๆได้เหมือนคู่สมรสทุกประการ แต่จะไม่เรียกการจดทะเบียนดังกล่าวว่าจดทะเบียนสมรส จะเรียกว่า จดทะเบียนคู่ชีวิต ส่วนการหย่าร้างกันจะเรียกว่า จดทะเบียนเลิกกัน ทั้งนี้ไม่ว่าเพศไหนก็สามารถจดทะเบียนคู่ชีวิตได้ ไม่ว่าจะเป็น ชายจดทะเบียนคู่ชีวิตกับชาย หรือหญิงจดทะเบียนคู่ชีวิตกับหญิง ซึ่งจะแตกต่างจากการสมรสที่กำหนดให้ชายจดทะเบียนสมรสกับหญิงเท่านั้น

ปัจจุบันพระราชบัญญัติคู่ชีวิตนั้นยังไม่ได้มีการประกาศใช้เนื่องจากยังมีความบกพร่องในบางมาตรา จึงต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นและตัวบทมาตราต่างๆจะต้องมีการแก้ไขให้เป็นคุณต่อประชาชนทุกคนด้วย อย่างไรก็ตามเราทุกคนก็ควรสนับสนุนให้ทุกเพศไม่ถูกจำกัดสิทธิ์ เพราะความรักไม่ได้ถูกจำกัดแค่คำว่าเพศทุกคนจึงสามารถรักกันได้ เรื่องความรักไม่ใช่เรื่องของการแบ่งแยกเพศ การจะไปจำกัดเพศจำกัดสิทธิ์เขานั้นย่อมเป็นสิ่งที่เราไม่ควรกระทำ  

 

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า

Continue Reading

ความรุนแรงในครอบครัว ที่นำไปสู่หายนะ

ต้องยอมรับเลยว่าในสังคมไทยมีการใช้ความรุนแรงภายในครอบครัวอยู่เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นสามีใช้ความรุนแรงกับภรรยา พ่อหรือแม่ใช้ความรุนแรงกับลูก พ่อใช้ความรุนแรงกับแม่และลูก แม่ใช้ความรุนแรงกับพ่อและลูก เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดหายนะหลายอย่างได้ ชนิดที่คงไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อนด้วยว่าความรุนแรงเหล่านั้นจะก่อให้เกิดอะไรได้บ้าง

1.บาดแผลตามร่างกาย

ขึ้นชื่อว่าเป็นการใช้ความรุนแรงยังไงก็ย่อมมีบาดแผลอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลเล็กหรือใหญ่ก็คือบาดแผล ถึงไม่ทำให้เลือดตกยางออก เพียงแค่มีรอยฟกช้ำดำเขียวก็ถือว่าเป็นบาดแผลแล้ว หากเป็นบาดแผลเล็กน้อย รอยฟกช้ำก็สามารถทายาหรือรับประทานยาได้เอง แต่หากเป็นแผลใหญ่ที่ต้องถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาต้องใช้เวลานานถึงจะหาย บาดแผลเหล่านี้จะมีความเล็กใหญ่แปรผันไปตามความรุนแรงของผู้กระทำ ยิ่งผู้กระทำรุนแรงเท่าไร ผู้ถูกกระทำยิ่งเจ็บตัวมากเท่านั้น บางคนถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส มีแผลเป็นติดตัวตลอดชีวิต หรือแย่ที่สุดคือเสียชีวิต แต่ไม่ว่ากรณีใดก็ไม่สมควรที่จะต้องมีใครถูกทำร้าย

2.บาดแผลในจิตใจ

บาดแผลตามร่างกายกว่าเจ็บปวดทรมานแล้ว บาดแผลในจิตใจเจ็บปวดทรมานมากกว่า เพราะผู้ถูกกระทำคงไม่อาจลบเลือนความทรงจำที่เลวร้ายเหล่านั้นออกไปได้ ภาพของการโดนทำร้าย การถูกกระทำยังคงวงเวียนอยู่ในหัวพันจนเป็นปูมผูกมัดในจิตใจ จนอาจทำให้ผู้ถูกกระทำมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปกลายเป็นคนเก็บตัว หวาดระแวง ซึมเศร้า ไม่ชอบเข้าสังคม และอาจคิดโทษตัวเองได้ บางคนมีอาการหนักถึงขั้นทำร้ายร่างกายตัวเองผลพวงมาจากอาการซึมเศร้า เรียกได้ว่าบาดแผลที่จิตใจนั้นรักษาให้หายยากกว่าตามร่างกาย ยาแรงๆก็ไม่อาจทำให้หายได้ การที่จะหายได้คงเหลือเพียงแค่เยียวยาสภาพจิตใจ ให้ผู้ถูกกระทำปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ เปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ ไม่ให้ไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมที่อาจทำให้นึกถึงเรื่องราวเก่าๆได้

3.เกิดการเอาเยี่ยงอย่าง

แน่นอนอยู่แล้วว่าครอบครัวใดที่มีลูก ลูกจะต้องมีการลอกเลียนแบบพฤติกรรมจากพ่อแม่ ดังนั้นถ้าลูกได้เห็นความรุนแรงในครอบครัว ได้เห็นว่าการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องปกติที่เขาต้องเจอทุกคน เขาจะเกิดการเอาเยี่ยงอย่างและคิดว่านั่นคือเรื่องปกติ เพราะได้เห็นจากพ่อแม่ สิ่งเหล่านั้นจะทำให้เด็กมีความรุนแรง นอกจากจะเอาความรุนแรงไปใช้กับเพื่อนแล้ว เมื่อโตขึ้นเขาก็มีโอกาสที่จะใช้ความรุนแรงกับพ่อแม่ และที่เลวร้ายไปกว่านั้นเมื่อเขามีครอบครัว เขาก็จะใช้ความรุนแรงกับครอบครัวด้วย เหมือนเป็นการส่งต่อความรุนแรงให้กับเด็ก แม้บุคคลที่ใช้ความรุนแรงหายไปก็ไม่อาจทำให้ความรุนแรงหายไปด้วย ความรุนแรงจะถูกส่งต่อให้กับเด็ก เหมือนการถ่ายทอด 

ถ้าเราอยากหยุดความรุนแรง หรืออยากให้ความรุนแรงหายไป เราต้องไม่ใช้ความรุนแรง ต่อต้านการใช้ความรุนแรง อย่าให้มีความรุนแรงใดเกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะในครอบครัวที่จะเป็นสังคมแรกในการปลูกฝังขัดเกลาเด็กที่เป็นอนาคตของชาติ หากเราอยากให้สังคมมีแต่คนคุณภาพ เป็นสังคมที่ดีการต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวจึงเป็นสิ่งเราทุกคนต้องร่วมใจช่วยกันทำ และอย่าเผลอตัวไปเป็นผู้ใช้ความรุนแรงซะเอง

 

สนับสนุนโดย  สล็อต777คาสิโนออนไลน์

Continue Reading

การศึกษาไม่ได้เป็นตัววัดคุณภาพชีวิต

บ่อยครั้งที่เรานั้นมักจะได้ยินคำพูดต่างๆมากมายว่าเรียนสูงๆแล้วจะได้ทำงานดีๆและจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีซึ่งในยุคปัจจุบันนี้นั้นต้องยอมรับเลยว่าการศึกษานั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่การรันตีหรือเป็นตัววัดคุณภาพชีวิตที่ดีอีกต่อไปแล้ว เพราะในยุคปัจจุบันเป็นยุคที่มีการแข่งขันในด้านที่ธุรกิจที่สูง สำรับในยุคนี้คือคนที่สรมารถทำธุรกิจและประสบความสำเร็จได้นั้นคือคนที่ถือว่ามีคุณภาพชีวิตที่ดีเพราะเมื่อมรการทำสิ่งที่ตั้งใจสำเร็จก็จะทำให้มีเงืนและเนนั้นจะเป็นตัวบางบอกคุณภาพชีวิตขิงเรานั่นเองและคนที่สร้างธุรกิจในปัจจุบันนี้ก็ถือได้ว่าไม่ไฝช่คนที่มีความรู้และมีการศึกษาที่ดีมากนัก

คนขยันเท่านั้นที่จะสำเร็จ บางครั้งคนมีการศึกษาที่ดีก็ไม่ใช้ว่าจะสามารถประสบความสำเร็จได้ทุกคน เพราะอาจจะขาดความขยันไม่มีความพยายามที่มากพอที่จะทำสิ่งๆต่างๆและคนที่มีการศึกษาสูงๆส่วนใหญ่นั้นมักจะได้ทำงานในออฟฟิศเท่านั้นมีชีวิตหาเช้ากินค่ำไปวันๆ ดังนั้นแล้วคนที่ไม่ได้มีการศึกษาที่ดีนักแต่มีความขยัน เพียรพยายามในสิ่งที่จะทำและหลายๆคนที่ประสบความสำเร็จล้านก้เป็นคนที่ขียนและได้ได้มีการศึกษาที่ดีมากนักนั่นเอง

ความรู้เป็นสิ่งที่สามารถหาได้รอบตัว ไม่จำเป็นจะต้องมีการศึกษาที่ดีก็สามารถที่จะหาความรู้ต่างๆได้อยู่รอบตัวยิ่งในยุคสมัยนี้แล้วนั้นการศึกษาในสถาบันแทบไม่จำเป็นเลยเพราะเรานั้นสามารถที่จะหาความรู้ได้จากทางอินเตอร์และสื่สังคมออนไลน์ต่างๆได้ ดังนั้นความรู้เป็นสิ่งที่จะสามารถหาได้อยู่เสมอและสามารถเป็นสิ่งที่เราจะเรียนรู้เพื่อสร้างความสำเร็จให้ตัวเองได้ด้วย โดยไม่ต้องพึ่งการศึกษาเพราะเรานั้นสามารถที่จะเรียนรู้และศึกาด้วยตัวเองได้

มีความรู้แต่ไม่มีความสามารถที่จะนำความรู้ออกมาใช้ คนที่มีการศึกษาดีส่วนใหญ่มักจะมัลักษณะแบบนี้เพราะว่าชีวิตนั้นได้เรียนแต่เพียงภาคทฤษฎีแต่ไม่เคยได้มาลองปฏิบัติในชีวิตจริงและแน่นอนว่าทฤฏีกับการปฎิบัตินั้นมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงทำให้เมื่อมีการจบออกมาและได้ทำงานจริงในบางครั้งไม่ได้สามารถเอาความรู้ที่ได้จาดดารเรียนนั้นมาใช้อย่างเต็มที่เพราะสิ่งที่เรียนกับสิ่งที่เจอนั้นบางครั้งก็ต้องใช้ประสบการณ์มากกว่าความรู้ ทำให้คนที่มีประสบการณืแต่ไม่ได้มีความรู้มากนักมักมักจะมีโอกาสที่จะะประสบความสำเร็จสูงมากกว่า

ความพยายามเป็นสิ่งที่ไม่มีที่สิ้นสุด แม้ไม่มีความรู้แต่มีความพยายามที่จะทำในสิ่งต่างๆ บวกกับสิ่งที่กล่าวไปข้างต้นไม่ว่าจะเป็นความขยันอดทน การหาความรู้ต่างๆรอบตัวกรสร้างประสบการณ์ให้กับตัวเองเชื่อว่าเรานั้นจะสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีแม้เราจะไม่ได้มีการศึกษาที่ดีนั่นเอง และคนที่มีการศึกษาที่ดีอยู่แล้วนั้นหากได้ลองนำสิ่งนี้ไปปรับใช้ก็จะทำให้สามารถประสบความสำเร็จอย่างมากเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  จีคลับคาสิโนออนไลน์

Continue Reading

สังคมชนบท

สังคมชนบทถ้าหากพูดถึงแล้วนั้นเราก็อาจจะนึกถึงสังคมที่ไม่มีน้ำและไม่มีไฟหรือการขนส่งสาธารณะเข้าไปถึงนั่นเอง ซึ่งจริงๆแล้วนั้นไม่ใช่เพราะในปัจจุบันมีการพัฒนาสังคมชนบทให้มีการเจริญเติบโตในด้านต่างๆที่ดีขึ้นรวมถึงน้ำไฟและการขนส่งสาธารณะมีการเข้าถึงแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องแต่ด้วยสังคมชนบทมีการพัฒนาที่ช้ากว่าสังคมเมืองทำให้สังคมชนบทจึงมีความแตกต่างจากสังคมเมืองอย่างสิ้นเชิง

เพราะถึงจะมีการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีต่างๆให้ก้าวไกลมากขึ้นแต่สังคมชนบทก็ไม่อาจะเทียบเคียงสังคมเมืองได้ เพราะสังคมชนบทนั้นยังคงมีความแตกต่างในด้านต่างๆอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นในด้าน

การศึกษา การศึกษาแม้จะเป็นพื้นฐานที่มีการเรียนการสอนอยู่ทั่วประเทศแต่ด้วยเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารนั้นอาจจะยังไม่สามารถทำอย่างการศึกษาในเมืองได้ เนื่องจากอาจจะเป็นพื้นที่ที่มีความห่างไกลจึงต้องอาศัยจากหลายๆหน่วยงานในการติดต่อประสานงานในเรื่องการศึกษา จึงเป็นสิ่งที่ทำให้การศึกษาในสังคมชนบทนั้นเป็นรองการศึกษาสังคมในเมืองอยู่นั่นเองถึงแม้ปัจจุบันจะมีการเรียนการสอนออนไลน์ต่างๆในการศึกษาในเมืองแต่ด้วยความไม่พร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการศึกษาในชนบทนั้นทำให้การศึกษาเป็นสิ่งที่ยังไม่มีการเจริญเติบโตไปมากกว่านี้นั่นเอง

การทำงาน โดยส่วนใหญ่แล้วสังคมชนบทนิยมทำงานเกษตรกรมากกว่าการทำงานอย่างอื่นเนื่องจากในพื้นที่อาจจะเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการเพาะปลูกหรือการทำเกษตรกรรม ทำให้ผู้ที่อาศัยในชนบทนั้นไม่ได้อยากดิ้นรนที่จะไปหางานในเมืองนั่นเอง แต่ก็มีคนชนบทบางกลุ่มที่นิยมหนีจากชนชทเพื่อมาทำงานในเมืองเป็นจำนวนมากเช่นกัน โดยถ้าหากพูดถึงอาชีพที่มีความนิยมในการทำในชนบทนั้นถือเป็นอาชีพที่ค่อนข้างเป็นอิสระและทำให้ยังมีเวลาในการไปทำอย่างอื่นอีกด้วยอาจจะสังเหตได้ว่าผู้คนในสังคมชนบทนั้นถึงแม้การทำงานจะเป็นการทำงานที่เหนื่อยและลำบากกว่าการทำงานในสังคมเมืองนั้น แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความสุขในการทำงานจะสังเกตได้ชัดเจนว่าสังคมชนบทนั้นมีการทำงานที่มีความสุขมากกว่าสังคมในเมือง

การปกครอง เป็นการปกครองอย่างเรียบง่ายและสามารถมีการดูและจากคนปกครองได้อย่างทั่วถึง เพราะชนบทนั้นเป็นพื้นที่เล็กๆไม่เหมือนนในเมืองที่มีความวุ่นวายและพื้นที่ในการปกครองเป็นพื้นที่ที่กว้าง ทำให้สังคมชนบทนั้นมีการปกครองที่ดีและสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนในชุมชนชนบทได้ง่าย

การดำเนินชีวิต เป็นไปอย่างเรียบง่ายเช่นกันและไม่ต้องเร่งรีบในการทำสิ่งต่างๆ สามารถใช้ชีวิตได้ตามที่ต้องการและค่อนข้างเป็นอิสระ และคนชนบทนั้นมักมีน้ำใจและมีความเอิ้อเฟื้อเผื่อแผ่อยู่เสมอๆด้วยทำให้เกิดความรักความสามัคคีกันนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

Continue Reading