ตำนานคูบาคอขาด

“คูบาคอขาด” เป็นตำนานที่เล่าขานกันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับพระสงฆ์และอิทธิพลของพุทธศาสนา เรื่องราวนี้มีทั้งแง่มุมของศรัทธา บาปกรรม และอำนาจเหนือธรรมชาติ  

ตำนานคูบาคอขาด ตามตำนานเล่าขานกันว่า ในอดีตกาล มีพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า “คูบา” หรือ “ครูบา”

ซึ่งหมายถึงพระผู้มีศีลาจารวัตรที่เคร่งครัดและเป็นที่เคารพของชุมชน คูบารูปนี้เป็นพระที่ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดและมีอาคมแก่กล้า ท่านสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับชาวบ้าน และเป็นที่พึ่งของผู้ตกทุกข์ได้ยาก  

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อคูบา ทำให้เกิดความอิจฉาริษยาจากบางกลุ่มคน โดยเฉพาะจากผู้ที่ไม่ต้องการให้คูบามีอิทธิพลเหนือชาวบ้าน ผู้ไม่หวังดีเหล่านี้จึงร่วมมือกันวางแผนใส่ร้ายท่าน พวกเขากล่าวหาว่าคูบากระทำผิดวินัยสงฆ์และนำเรื่องไปกราบทูลเจ้าผู้ครองเมือง  

 

เมื่อข่าวลือแพร่สะพัดไปถึงเจ้าเมือง ท่านทรงพระพิโรธและมีพระบัญชาให้ประหารชีวิตคูบา แม้คูบาจะพยายามชี้แจงความบริสุทธิ์ของตน แต่ด้วยอำนาจของศัตรูที่ใส่ร้าย ท่านจึงไม่อาจรอดพ้นจากโทษได้  

 

ในวันที่คูบาถูกนำตัวไปประหาร ท่านถูกบังคับให้ก้มคอลงเพื่อให้เพชฌฆาตใช้ดาบตัดศีรษะ แต่เมื่อดาบฟันลงไป

ศีรษะของคูบากลับไม่หลุดออกจากร่างในทันที ท่านยังคงสามารถเปล่งเสียงสวดมนต์ต่อไปได้ แม้คอของท่านจะถูกฟันขาดไปแล้ว เป็นภาพที่สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น  

 

หลังจากนั้น ท่านได้สาปแช่งผู้ที่ใส่ร้ายและผู้เกี่ยวข้องกับการประหารท่านให้ได้รับผลกรรมที่สาสม และในที่สุดร่างของท่านก็ค่อยๆ ล้มลง ทิ้งไว้เพียงศีรษะที่ยังคงเปล่งเสียงบทสวดมนต์ไปจนกระทั่งเสียงค่อยๆ เบาลงและหายไป  

 

หลังจากเหตุการณ์นั้น ชาวบ้านต่างรู้สึกสำนึกผิดและเสียใจเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาจึงสร้างศาลเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับคูบา และเรียกสถานที่แห่งนั้นว่า **”คูบาคอขาด”** ซึ่งกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพ  

 

ชาวบ้านเชื่อว่าดวงวิญญาณของคูบายังคงอยู่ ณ ที่แห่งนั้น และจะปกป้องผู้ที่ศรัทธา แต่ในขณะเดียวกัน วิญญาณของท่านก็อาจลงโทษผู้ที่คิดไม่ซื่อหรือมากระทำการลบหลู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้  

 

ความเชื่อและพิธีกรรมในปัจจุบัน 

ในปัจจุบัน ชาวบ้านในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับตำนานคูบาคอขาด มักจะมีพิธีกรรมบวงสรวงและทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่คูบา โดยเชื่อว่าหากทำพิธีด้วยใจบริสุทธิ์ จะได้รับพรแห่งความคุ้มครองและความโชคดี แต่หากใครลบหลู่สถานที่หรือพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับตำนาน อาจประสบเคราะห์กรรม  

 

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าว่าผู้ที่เคยเดินทางไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคูบาคอขาด และขอพรในเรื่องของความยุติธรรม หรือการแก้ไขปัญหาชีวิต มักจะสมหวังและได้รับการช่วยเหลือ 

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟัง

ประวัติตลาดวัดทอง กรุงเทพฯ 

        สำหรับในบทความนี้เราจะมาพูดถึงตลาดอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯซึ่งตลาดแห่งนี้นั้นก็มีอายุเก่าแก่มากกว่า 100 ปีเช่นเดียวกัน

ด้วยตลาดที่เราจะมาพูดถึงประวัติความเป็นมาในครั้งนี้นั้นชื่อว่าตลาดวัดทองหรือถ้าหากว่าอยากจะได้ชื่อเป็นแบบทางการที่เมื่อพูดถึงชื่อตลาดแห่งนี้และทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือตลาดสุวรรณารามนั่นเอง

          ประวัติตลาดวัดทอง กรุงเทพฯ  โดยตลาดแห่งนี้นั้นในครั้งแรกที่มีการก่อตั้งตลาดขึ้นมาถูกสร้างขึ้นมาในช่วงประมาณ ปีพ.ศ. 2467 ซึ่งสร้างอยู่บริเวณริมคลองบางกอกน้อย

อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่ามีปัญหาบางอย่างตลอดจนถูกย้ายจากริมคลองบางกอกน้อยมาไว้ที่หลังสำนักงานเขตบางกอกน้อย

ซึ่งปัจจุบันนี้ตลาดวัดทองแห่งนี้ก็ยังคงอยู่ที่หลังสำนักงานเขตบางกอกน้อยจะเดินทางไปที่ตลาดวัดทองแห่งนี้ก็สามารถเดินทางไปได้โดยตลาดนี้จะอยู่ใกล้กับวัดสุวรรณารามนั่นเอง 

 

          สำหรับตลาดวัดทองน้ำหนักด้วยว่าเป็นศูนย์กลางทางด้านการค้าของคนในชุมชนเลยก็ว่าได้เนื่องจากว่าตลาดนั้นมีการสร้างอายุเก่าแก่กว่าร้อยปีได้ไหมจะสังเกตเห็นได้ว่าตัวตลาดนั้นอังคารต่างๆจะถูกสร้างมาจากไม้สักเป็นส่วนใหญ่

ซึ่งตัวอาคารนั้นจะเป็นสูงขนาดใหญ่ต้องเป็นเสาขึ้นมานอกจากนี้ก็ยังมีการสร้างฐานปูนเอาไว้ทั้งภายในตลาดและพื้นที่โดยรอบของตลาด  

        ยังไงก็ตามตลาดนี้มีความคงทนแข็งแรงเป็นอย่างมากโดยผู้ทำการก่อสร้างตัวอาคารนั้นได้มีการใช้โครงหลังคาไม้รองรับน้ำหนักของหลังคา

ซึ่งคนในสมัยโบราณเรียกโครงหลังคานี้ว่า ขื่อ  โดยมีการสร้างในลักษณะของรูปทรงโค้งท่อจากเสาต้นหนึ่งไปสู่อีกต้นหนึ่งหลังจากนั้นก็ยึดด้วยหมุดเหล็กทำให้ตลาดนัดมีความคงทนแข็งแรง   

 

          สำหรับตลาดวัดทองแห่งนี้นั้นชาวบ้านมีเรียกชื่อขายตลาดแห่งนี้อีกชื่อหนึ่งว่าตลาดไร้คานซึ่งที่มาของการตั้งชื่อตลาดไร้คานนั้นก็มาจากลักษณะของการก่อสร้างโครงหลังคานั่นเอง

โดยโครงหลังคาที่มีการก่อสร้างที่ตลาดวังทองแห่งนี้นั้นถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาของคนในสมัยโบราณที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างมาก

         ปัจจุบันตลาดวัดทองได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นโบราณสถานพบที่นี่นั้นมีร้านขายยาเก่าแก่และวัดวาอารามให้เดินชมรวมถึงมีร้านอาหารเยอะแยะมากมายให้ซื้อรับประทานและที่สำคัญหากเดินทางมาที่ตลาดวัดทองแห่งนี้ยังจะได้พบกับวิถีชีวิตของคนชุมชน

ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับตลาดวัดทองอีกด้วย  สำหรับชุมชนดังกล่าวนั้นชื่อว่าชาวชุมชนบ้านบุซึ่งว่ากันว่าผู้คนที่อยู่ในชุมชนแห่งนี้นั้นเป็นชาวกรุงศรีอยุธยาอพยพมาอยู่ที่บริเวณนี้ตั้งแต่ช่วงประมาณ ปี พ.ศ. 2310 เลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟัง