ดารานางเอกอิสระ ฮอทสุดนาทีนี้

นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี 

นางเอกอิสระตัวแม่ของวงการบันเทิงที่อยู่มายาวนาน

นุ่นเป็นนางเอกวิกหมอชิตที่ตัดสินใจเดินทางสายดาราอิสระทั้งๆที่ยังเป็นดาราระดับหัวแถวของช่องหมอชิต ยังมีภาพของความเป็นลูกรักของช่องเป็นนางเอกที่ยังมีผลงานเป็นที่ประทับใจของแฟนๆแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินทางสายเด้าอิสระ ซึ่งในฐานะดาราอิสระที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2556 ไม่รับงานพร่ำเพื่อ ไม่อาศัยจังหวะน้ำขึ้นให้รีบตัก

แต่เฟ้นคัดงานคุณภาพจริงๆที่ผ่านมาจึงได้เห็นนุ่นรับงานแค่ปีละเรื่อง เต็มที่ก็ไม่เกินสองเรื่องเท่านั้นและลงจอแต่ละเรื่องก็ดังเปรี้ยงปร้างจอแตกทุกครั้งผลงานปังปังในภาพความเป็นนางเอกอิสระ ก็อาทิเช่น ทองเนื้อเก้า, เพื่อนรักเพื่อนริษยา, ระเริงไฟ ทางช่อง 3 อีสารสีโชติช้วง ทางช่อง 5 และพิศวาสของทางช่องวัน 

     และผลงานล่าสุดของนุ่นก็คือละครพีเรียดดราม่ารสแซ่บร้อนจอ เรื่องเพลิงเสน่หา ที่คัมแบ็คกลับบ้านหลังเก่า วิกหมอชิตโดยปทบทบาทเข้มข้นกับดาราเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง เคลลี่ ธนพัฒน์, เจี๊ยบ โสภิตนภา แล้วยังได้ประกบกับพระเอกนางเอกรุ่นน้องอย่าง โดนัท ภัทรพลฒ์ และปูเป้ เกศรินทร์อีกด้วย

 

เรื่องนี้นุ่นได้รับบทเป็นคุณเทียนหยดฟ้า สาวผู้สูงศักดิ์สวยสง่าที่ชีวิตพลิกผันทำให้ความรักกลายเป็นเพลิงแค้นแถมเป็นอีกบทบาทที่นุ่นได้โชว์พลังปล่อยของสุดฝีมือออกมาเต็มที่ เพราะการเป็นบทที่พลิกไปพลิกมาใช้พลังการแสดงเยอะอีก

ซึ่งนุ่นก็เอาอยู่ทำให้ละครเข้าตาแฟนๆที่ให้การต้อนรับกับการกลับคืนสู่จอของทางช่องเจ็ดสีอย่างอบอุ่นด้วยเรทติ้งที่ค่อยๆขยับแรงตามความเข้มข้นฝีมือแบบนี้ กระแสส่วนตัวยังดีแบบนี้นุ่นยังคงของจอไปได้อีกยาวๆ  ด้วยความที่มากด้วยฝีไม้ลายมือในการแสดง การวางตัวในกองถ่าย การเป็นแบบอย่างให้กัลบนักแสดงรุ่นหลัง ทำให้นุ่นถือว่าเป็นแม่แบบของนักแสดงรุ่นใหม่ได้เลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย แทงมวยสด

Continue Reading

ท่องเที่ยวรับลมหนาวที่ไหนดี ?

“ พากันไปฟินรับลมหนาว สถานที่ 1 ใน 5 ไร่ชาวิวสวยของเมืองไทยที่หนาวนี้ไม่ควรพลาด “

เข้าสู่หน้าหนาว เดือนธันวาคมนี้ เป็นเดือนแห่งการพักผ่อนการท่องเที่ยว และวันหยุดของใครต่อใครอีกหลายๆคนเมื่อลมหนาวมาเชื่อกันว่าหลายๆคนก็คงอยากไปแอ่วเหนือกันถ้วนหน้าเพื่อที่เราจะได้ไปเที่ยวสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยๆอากาศเย็นๆอันแสนบริสุทธิ์พอได้สูดอากาศเย็นๆฟินทำให้มันรู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจอีกทั้งเผื่อฟลุ๊คได้ชมวิวทะเลหมอกสวยๆ ก็เป็นไปได้

ซึ่งนอกเหนือจากการที่เราได้ไปขึ้นดอยชมดอกไม้นานาพรรณและทะเลหมอกแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวหลายๆกลุ่มนั่นก็คือ “ไร่ชา”ซึ่งในประเทศไทยของเรานั้นยังมีไร่ชาที่ขึ้นชื่อมีช่ือเสียงมากมายอีกหลายที่มากตามที่เพจรีวิวท่องเที่ยวได้เคยนำมาลงกันไว้มากมายและไรชาแต่ละที่นั้นก็จะปลูกชาเรียงกันเป็นขั้นบันไดที่ให้เราสามารถถ่ายรูปออกมาได้สวยแล้วนั่นเราก็ยังสามารถชิมชากลิ่นหอมๆ ได้อีกด้วย

สำหรับหน้าหนาวนี้ใครที่ยังไม่แพลนว่าจะไปเที่ยวไหนดีเราก็ได้มีไรชาทั้งหมดอีก 10 ที่ มาเผื่อไว้ให้เป็นตัวเลือกสำหรับหนาวนี้กัน

 ไร่ชา บ้านรักไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทางเราจะมาขอเริ่มต้นกันที่ ไร่ชาบ้านรักไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอนไร่ชาแห่งนี้อยู่ที่ หมู่บ้านรักไทย หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า บ้านแม่ออเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่กลางท่ามกลางหุบเขา ตั้งอยู่หมู่ที่ 6ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอนไรช่าอยู่ห่างจากตัวเมืองราวๆประมาณ 44 กิโลเมตรเป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนที่จะถึงชายแดนของประเทศไทยและพม่า

ซึ่งในอดีตสุานที่แห่งนี้เคยเป็นหมู่บ้านของชาวจีนยูนนานแต่มาปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกันเป็นจำนวนมากหน้าหนาวนี้นอกจากเราจะได้ความฟินกับอากาศที่เย็นๆ บรรยากาศดีๆของไร่ชาที่เขียวขจีมองไปไกลสุดตาแล้วนั้น

สถานที่แห่งนี้ยังล้อมรอบไปด้วยทิวเขาและพันธุ์ไม้ต่างๆอีกหลากหลายชนิด โดยเฉพาะพืชเมืองหนาวอีกทั้งบริเวณหมู่บ้านรักไทยยังมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และทะเลสาบที่สวยงาม ที่ทางเราสามารถไปนั่งจิบชาอุ่นๆ แก้หนาว มองผืนน้ำอันกว้างไกลแค่พูดก็ยังสัมผัสได้ถึงอากาศดีๆเย็นๆสุดฟินแล้ว

สถานที่ตั้ง : หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

สนับสนุนโดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

Continue Reading

อันดับดาราเกาหลีที่สร้างรายได้ให้กับตนเองมากที่สุด

อันดับที่ 1 ชาย ซงจุงกิ   ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 1,700,000 บาท ต่อซีรีส์ 1 ตอนเท่ากับอีจงซอก

       ซงจุงกิ พ่อหนุ่มอปป้าหน้าใส วัย 34 ปีที่มีโปรไฟล์ดี เรียนดี กีฬาเด่น มีคุณสมบัติดูเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมไปซะหมด และเป็นดาราเกาหลีชายที่ทำให้สาวๆชาวเอเชียหายใจไม่ทั่วท้อง กับบท กัปตันยู ในซีรีส์เกาหลีดังเรื่อง Descendants of the sun  รับบทนี้เป็นอะไรที่เท่มากๆ

เชื่อว่าสาวๆหลายคนคงอินตามคิดว่าตัวเองเป็นหมอคังแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ ส่วนผลงานล่าสุดของซงจุงกิ ที่ดูกันใน Netflix คือเรื่องArthdal Chronicles ซึ่งมีนักแสดงนำระดับตัวท็อปมาร่วมแสดงมากมาย เช่น จางดงกอน คิมจีวอน คิมอ๊กบิน ซึ่งหนังเรื่องนี้ลงทุนเป็นหลายพันล้านบาทอีกด้วย

อันดับที่ 1 หญิง  จอนจีฮยอน (Jun Ji Hyun)  ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 3,000,000 ล้านบาทต่อซีรีส์ 1 ตอน

       จอนจีฮยอน หรือที่คนไทยเรียกกันจนติดปากจนชินว่า จวนจีฮุน ปัจจุบันอายุ 38 ปี ถึงจีฮุนจะมีลูกแล้ว 2 คน แต่ความสวยก็ยังเจิดจรัสอยู่ในวงการบันเทิงเสมอ จีฮุนเริ่มเข้าวงการตอนอายุ 16 ด้วยการถ่ายแบบนิตยสารก่อน

หลังจากนั้นเธอก็โด่งดังจากเรื่อง ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม ทำให้คนรู้จักกันเป็นจำนวนมากรวมถึงคนไทย แต่ซีรีส์ที่ทำให้จีฮุนได้มาติดอันดับนักแสดงหญิงที่ค่าตัวแพงที่สุดของเกาหลีก็คือเรื่อง You Who come from the star ในปี 2014

ซึ่งแสดงร่วมกับพระเอกคิมซูฮยอนที่เป็นดารานักแสดงชายเกาหลีที่ค่าตัวแพงที่สุด และเธอได้ทิ้งผลงานซีรีส์ล่าสุดไว้ตอนปี 2016 เล่นประกบคู่กับพระเอกขวัญใจสาวๆหลายๆคน ลีมินโฮ กับเรื่อง The Legend of the blue sea

อันดับที่ 2 หญิง ลียองเอ (Lee Young Ae)ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2,900,000 ล้านบาทต่อซีรีส์ 1 ตอน

       ลียองเอ ปัจจุบันอายุ 48 ปี จบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยฮัยยาง ปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยซุงอาง สามารถพูดได้ 3 ภาษา คือ ภาษาเกาหลี ภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ

ซีรีส์ที่ทำให้ลียองเอโด่งดังรู้จักกันเป็นอย่างมากคือ เรื่องแดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง บทแดจังกึมได้อ้างอิงมาจากเรื่องจริงของประวัติศาสตร์เกาหลีที่เป็นหญิงสาวที่สามารถเป็นหมอหลวงได้เป็นคนแรกในราชวงศ์โซชอน

Continue Reading

ใครที่ท้อแท้ควรให้กำลังใจตัวเองบ้าง 

มีผลวิจัยกันว่าความสุขที่เต็มที่นั้นจะมีตอนอายุยี่สิบต้นๆ

แล้วความสุขนั้นจะค่อยๆลดลงตอนเมื่อเรานั้นอยู่ในวัยช่วงกลางคน และจะกลับมามีชีวิตที่มีความสุขอีกครั้งเมื่อตอนที่เรานั้นเริ่มอยู่ในช่วงบั้นปรายของชีวิต แล้วตอนนี้เราอยู่ในช่วงไหนของชีวิตกันค่ะ   แย่นะค่ะที่เราต้องอยู่ในช่วงที่กลางคนที่เราต้องทำงานแล้วต้องเจอภาระ เจอกับความเครียด เจอกับเรื่องเงินทอง

การที่เรานั้นตกงาน ยากมากค่ะกว่าจะผ่านมรสุมของชีวิตนั้นไปให้ได้ ช่วงวัยกลางคนนั้นเป็นอะไรที่เหนื่อยสุด ต้องแบกภาระหลายอย่าง ไหนจะเจอเรื่องงาน เรื่องลูก เรื่องภายในครอบครัว แต่กว่าจะผ่านมันไปได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายกันเลยนะค่ะ ชีวิตกลางคนนั้นกว่าจะสร้างอะไรมาสักอย่างนั้นต้องใช้เวลาในการฝ่าฟันหลายอย่าง

ทั้งความกดดันในแต่ละเรื่อง ใช่ค่ะโลกสอนเราให้เราต้องเดินต่อและไม่มีอะไรที่อยู่กับเราได้ตลอดหรอกค่ะ ดังนั้นไม่มีอะไรที่เที่ยงแท้หรอกค่ะ เมื่อมีขาขึ้นก็ต้องมีขาลงเหมือนกัน  แต่ใครที่มีอาการท้อแท้เรามีวิธีที่ช่วยให้ตัวเองนั้นลุกขึ้นสู้กันมาดูค่ะว่ามีอะไรบ้าง 

ยอมรับแล้วต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ความทุกข์นั้นมีอยู่สองอย่างกัน

คือ ความทุกข์ที่เกิดจากความเจ็บปวดและความทุกข์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง  ความทุกข์จากการเจ็บปวดก็เมื่อเรานั้นต่อต้านกับมันเราจึงรู้สึกเจ็บปวดแล้วท้อแท้ หากเรานั้นเลือกที่จะยอมรับกับมันเราจะเปลี่ยนแปลงเพื่อที่เราต้องพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอยู่ที่เรานั้นต้องเลือกว่าเรานั้นต้องอยู่ในหมวดหมู่อะไร เมื่อเรานั้นเจ็บปวดเราต้องลุกขึ้นสู้เพื่อที่เรานั้นต้องก้าวเดินต่อไป แต่ถ้าเรานั้นรู้จักการปล่อยวางบ้างก็จะทำให้เรานั้นรู้สึกผ่อนคลายไม่เครียดมาก

โอบกอดตัวเอง ใช่ค่ะเมื่อเรานั้นท้อแท้เราควรโอบกอดตัวเองเพื่อที่จะได้มีกำลังใจ

เราอย่าเอาตัวเรานั้นไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เราลองมองย้อนกลับไปสิว่าในอดีตเรานั้นก็เคยทำอะไรที่มีความสุขแล้วประสบความสำเร็จบ้าง เอามาชื่นชมตัวเองเพื่อที่ตัวเรานั้นจะได้มีกำลังใจ แล้วเลิกเอาตัวเองนั้นไปวัดเปรียบเทียบกับตนอื่น 

เตือนตัวเองว่าของที่เรานั้นเสียไปเป็นแค่ของชั่วคราว  ไม่ว่าจะเป็นความศูนย์เสียอะไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลว ขอให้รู้ว่าไม่มีอะไรที่อยู่กับเราได้นาน ความที่เรานั้นผิดหวัง เพียงแค่เรานั้นต้องใช้เวลา ไม่ว่าเวลานั้นจะนานแค่ไหนขอให้เรานั้นสู้แล้วเดียวก็ผ่านพ้นไป 

หากคุณเป็นคนที่กำลังท้อแท้เราอยากให้คุณนั้นลองหันมองไปรอบๆตัวคุณว่ามีคนที่รักคุณอยู่เราเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังท้อขอให้ลุกขึ้นสู้เพื่อคนที่รออยู่นะค่ะ 

Continue Reading

การจอดรถยนต์หน้าบ้านคนอื่นเป็นคนไม่มีมารยาทหรือว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว

 

        การอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่ทุกคนจะต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไม่เห็นแก่ตัว ปัญหาส่วนใหญ่ตอนนี้ที่มักพบในหมู่บ้านต่างๆคือ มีปัญหาเรื่องของการจอดรถยนต์ในจุดที่ไม่ใช่ในบริเวณบ้านของตนเอง  

ไม่ว่าจะจอดรถข้างถนนทำให้ถนนแคบรถสวนกันลำบาก หรือจดรถหน้าบ้านตัวเอง แต่ด้วยถนนในซอยแคบคนที่บ้านอยู่ข้างในหรือบ้านฝั่งตรงข้ามก็จะเข้าออกลำบาก หรือที่แย่สุดมีบางคนเอารถไปจอดขวางทางเข้าออกหน้าบ้านของคนอื่น เพียงแค่คิดว่าขอจอดแค่แป๊ะเดียวไม่นานคงไม่เป็นอะไรหรอก 

         ปัญหาการจอดรถยนต์ในที่ที่เป็นจุดไม่ใช่ในอาณาเขตบ้านของต้นเอง

นั้นเป็นปัญหาที่พบในสังคมปัจจุบันมากที่สุดในขณะนี้ อาจกล่าวได้ว่าปัญหานี้เป็นปัญหาระดับชาติได้เลยทีเดียว จะเห็นได้จากบ่อยครั้งที่มีออกมาเป็นข่าวดังถึงเรื่องปัญหาการจอดรถ ซึ่งปัญหานี้ส่วนมากมักจะจบลงด้วยการทะเลาะวิวาท ชกต่อยกัน บางข่าวมีเหตุยิงกันตาย ด้วยสาเหตุนี้ก็มี หรือก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่ามีคนไปจอดรถของหน้าบ้านของคนอื่นทำให้เจ้าของบ้านออกมาไม่ได้ ต้องนำขวานมาทุบรถเพื่อประท้วงเจ้าของรถ

          อันที่จริงปัญหานี้ เกิดจากความเห็นแก่ตัวหรือการไร้มารยาทของเจ้าของรถยนต์ทั้งสิ้น ลองคิดถึงว่าเราเป็นเจ้าของบ้าน หากเราต้องรีบไปธุระ ไปโรงพยาบาล มีเหตุด่วนจำเป็นที่จะต้องออกนอกบ้าน แต่เราไม่สามารถออกไปได้เพราะติดตรงที่มีรถยนต์ของคนอื่นมาจอดขวางที่หน้าบ้านของเรา แล้วเราจะเป็นยังไง

ถ้าหากว่าเจ้าของบ้านไม่ได้รีบไปธุระก็คงไม่เป็นอะไร

แต่นี้ส่วนใหญ่จะมีเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ทำให้ต้องออกไปแทบทั้งสิ้น อันที่จริงถ้ามีเหตุที่จะต้องจอดรถบริเวณนั้นจริง แนะนำว่าควรมีการเขียนเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้เจ้าของบ้านเพื่อให้โทรติดต่อเราที่เป็นเจ้าของรถยนต์ได้เผื่อเจ้าของบ้านมีเหตุด่วนที่จะรีบออกจากบ้านจะได้ไม่มีปัญหา และที่สำคัญหาเขาโทรไปตามแล้วควรรีบกลับมาขยับรถทันที อย่ามัวแต่คิดว่าอีกแป๊บเดียว เพราะความหมายของคำว่าแป๊บเดียวของคนเราไม่เท่ากัน ควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา ปัญหาการทะเลาะกันก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน  

ที่สำคัญผู้คนส่วนใหญ่คงยังไม่ทราบกันว่าการจอดรถขวางหน้าบ้านของคนอื่น จริงๆแล้วมันผิดกฎหมายนะจ๊ะ โดยถ้าเปิดตำรากฎหมายแล้ว ตามมาตรา 397 ซึ่งมีการะบุเอาไว้

และหากมีการทำความผิดจะถูกปรับเป็นเงินไม่เกิน 5000 บาทนะจ๊ะ ดังนั้นทางทีดีที่สุดควรเคารพกฎหมายและควรมีมารยาทจะดีที่สุดจ๊ะ 

Continue Reading

ว่าด้วยการเล่นหุ้น

การเล่นหุ้นนั้นมีความเสี่ยง หากคุณอยากเล่นหุ้นหรืออยากศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการเล่นหุ้น เราขอเสนอบทความนี้ เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับการเล่นหุ้นอย่างไรให้ฟังกัน

การเล่นหรือการลงทุนเกี่ยวกับหุ้นนั้นเป็นการเล่นหุ้นด้วยการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์นี้เราสามารถดูด้ายว่าเราสามารถซื้อได้อย่างไรด้วยการดูการจดทะเบียนของบริษัทต่างๆลงในตลาดหลักทรัพย์นั้นเอง ซึ่งการซื้อและการขายหุ้นนั้นมีอยู่สองตลาดด้วยกัน นั้นก็คือตลาดแรก และตลาดรอง 

ขยายความเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นในตลาดแรก

การซื้อขายหุ้นในตลาดแรกหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการซื้อขายหุ้น IPO (Initial Public Offering) หมายถึงบริษัทนั้นต้องการขยายการลงทุนเพิ่มจึงกระทำการระดมทุนจากเหล่านักลงทุนทั้งหลายเพื่อจะขยายกิจการของบริษัทตนนั้นเอง ซึ่งราคาทั้งหลายของหุ้นนั้นจะถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นนักลงทุนจะจองหรือต้องการซื้อหุ้นได้นั้นจะต้องซื้อหรือจองผ่านผู้จัดจำหน่ายเพียงเท่านั้น อาทิเช่น จะซื้อหรือจองหุ้นด้วยการทำการจองผ่านบริษัทหลักทรัพย์ หรืออาจจะเป็นตัวแทนในการจำหน่ายของบริษัทหลักทรัพย์เหล่านั้น

ขยายความเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักรอง

การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักรองเป็นการซื้อขายหุ้นหลังจากการทำซื้อขายหุ้นในตลาดแรกเสร็จแล้ว แล้วจึงกลายมาเป็นการซื้อหรือขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั้นเอง ซึ่งราคาจะมีการเปรี่ยนไปตามการดูแลของบริษัทนั้นๆหรืออาจะเปลี่ยนตามสภาวะของตลาดหลักของ demand supply ก็ได้เช่นกัน

การเล่นหุ้นมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน

เราแยกประเภทในการเสี่ยงจากการลงทุนเล่นหุ้นเป็น 2 ส่วน ด้วยกัน 

การเสี่ยงจากปัจจัยภายใน นั้นก็คือ การเสี่ยงจากบริษัทโดยตรงหรือการเกิดจากบริษัทเป็นผู้กระทำเอง ซึ่งอาจจะเกิดจากการดำเนินการหรือการบริหารของคณะผู้บริหารของทางบริษัทนั้นๆ 

การเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก นั้นก็คือ สำหรับการเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกเกิดขึ้นได้หลากหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งอาจจะเป็นการเกิดขึ้นด้วยการมีการเปลี่ยนแปลงของอุสาหกรรมเอง หรืออาจจะเกิดจากปัจจัยอื่นๆ เช่นอัตราการแลกเปลี่ยนเงิน (ในกรณีนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วยการที่บริษัทเหล่านั้นได้มีการทำธุรกรรมเกี่ยวกับต่างประเทศ )หรืออาจจะเกิดจากการเมืองที่กำลังมีปัญหา เพราะสิ่งเหล่านี้ก็สามารถสร้างผลกระทบให้กับราคาหุ้นได้เช่นกัน

ใครบ้างที่สามารถลงทุนได้

การลงทุนที่จะเล่นด้วยการซื้อขายหุ้นนี้เป็นการเสี่ยงอย่างหนึ่ง ซึ่งเหล่าบรรดานักลงทุนจะต้องมีความคิดและต้องศึกษาให้เป็นอย่างดีเสียก่อน ต้องกระทำการคัดสรรหาหุ้นที่มีแนวโน้มที่ดีให้มากที่สุดก่อนจะลงทุน เพราะการลงทุนไม่ใช่อะไรก็ได้ แต่ควรจะต้องศึกษาและทำความรู้จักให้มากพอก่อนจะตัดสินใจทำการซื้อขาย เราสามารถพิจารณาหุ้นต่างๆก่อนตัดสินใจด้วยการมองจากปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งเราอาจจะต้องให้ความสำคัญกับหลายๆเรื่องด้วยการเสียสละเวลาของตนเข้าไปศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับงบกำไรหรือการขาดทุนให้ถี่ถ้วนเสียก่อน ท่านควรวิเคราะห์ให้ดีก่อนจะตัดสินใจทุกครั้ง

Continue Reading

การใช้ชีวิตในสังคมโรงาน

การใช้ชีวิตในสังคมโรงงานนั้น ผมคิดว่าการดำเนินชีวิตในโรงงานมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะเราต้องเจอกับคนหลายรูปแบบหลากหลายประเภท

 

เช่น คนประเภทที่ประจบหัวหน้าบ้าง  คนประเภทเอาเปรียบเพื่อนร่วมงานบ้าง หรือคนประเภทพูดให้ร้ายคนอื่นบ้าง เพื่อให้ตัวเองนั้นดูดีและได้ดีเพื่ออจะเป็นหน้าเป็นตาของหัวหน้า ฃึ่งต่างจากคนที่เขาตั้งใจทำงานเพื่อผลงานที่ดี

แต่หารู้ไม่ว่า คนที่ตั้งใจทำงานนั่นแทบจะไม่ค่อยมีผลงาน

หรือก้าวหน้าอะไรเลยอาจจะมีบ้างแต่มันก็จะน้อยกว่าคนที่ไม่ทำงานแล้วเอาแต่ประจบเจ้านายเพื่อให้ตัวเองนั้นสบายไม่ต้องทำอะไรมากเหมือนคนที่ตั้งใจทำงานนี่คือสิ่งที่สังคมในโรงงานที่จะต้องเจออีกมากมายบางทีเจอหัวหน้างานดีก็ดีไปที่เขาไม่ต้องการคนที่ประจบเจ้านายมากกว่าคนที่ตั้งใจทำงานแล้วผลงานออกมาดีอย่างที่ต้องการ

 

การทำงานเข้ากะมี 3 ประเภทด้วยกันนั้นก็คือ

  • กะเช้า 

กะเช้า เป็นอะไรที่ไม่อยากตื่นกันเลยทีเดียวเลยแหล่ะ เพราะต้องตื่นเช้าเร่งรีบในการอาบน้ำแต่งตัว เพื่อที่จะออกไปทำงานเพราะกลัวว่ารถจะติดบ้างหรือเข้างานสายบ้าง ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นกลัวจะถูกตัดเบี้ยขยัน กล้วเข้าประชุมไม่ทัน

เพราะอาจจะฟังแผนการไม่ทันว่าหัวหน้างานจะชี้แจงงานอะไรบ้างในแต่ละวัน หากไปสายก็โดนตำนิหรือเรียกให้ใบเตือนซึ่งถ้าโดนบ่อยๆก็มีผลต่อโบนัสปลายปีและหมดสิทธิ์ที่เงินเดือนจะขึ้นอีกด้วย หรือหากขาดงานบ่อยครั้งอาจโดนไล่ออกก็เป็นได้             

  • กะบ่าย 

กะบ่าย เป็นอะไรที่ค่อนข้างเหนื่อยล้าในการที่จะเข้างานมาก เพราะต้องเข้าบ่ายโมงเลิกเที่ยงคืน หากบางโรงงานมีคนขาดก็ต้องถูกบังคับให้ทำงานต่อกะแทนคนที่ขาดงานในกะถัดไป การเข้าบ่ายไม่เหนื่อยเท่าไหร่เพราะไม่ต้องเร่งรีบให้รถติดแต่มันออกจะขี้เกียจไปนิด เพราะบ่ายโมงเป็นเวลาที่ไม่ขยันอย่างที่ควรจะเป็น

การดำเนินการในเวลางานก็จะหนักนิดหน่อยเพราะกะเช้าหากมีปัญหาในการทำงานล่าช้า กะบ่ายต้องคอยรับภาระอันนั้นต่อ ทำให้กะบ่ายต้องเร่งฝีมือกันอย่างหนักลากยาวไปจนดึก

  • กะดึก

กะดึก เป็นอะไรที่ไม่อยากเข้าเลย เพราะเวลาเย็นนั้นเป็นเวลาที่ได้เจอหน้าครอบครัว แต่เราต้องแต่งตัวไปทำงาน เวลาในการทำงานก็แสนจะเหนื่อยล้าเพราะเวลานอนของคนทั่วไปแต่เราต้องมานั่งทำงาน การทำงานในกะนี้ดีอยู่อย่างเดียวคือหัวหน้าใหญ่ไม่ลงมาจู้จี่ เพราะพวกเขากลับบ้านกันหมดแล้ว มีแค่หัวหน้าแผนกเท่านั้นที่เข้ามาดูแล

ซึ่งส่วนใหญ่หัวหน้าแผนกก็เข้าใจลูกน้องในกะนี้ดีว่าจะมีการง่วงนอนบ้าง หรือจะมีการแอบอู้กันบ้าง แต่ทว่าหัวก็ไม่ว่าอะไรเรียกว่าให้อิจสระมากกว่ากะอื่นๆ 

Continue Reading