การจัดการกับสิ่งแปลกปลอมเข้าตา

izmiite-liceto-si-s-profesionalna-kozmetika-za-mazna-koja

แม้ว่าดวงตาของเรานั้นจะเป็นส่วนที่มีส่วนประกอบอื่นเช่น ขนตา กระดูกบริเวณเบ้าตา คอยคุ้มกันและปกป้อง แต่อย่างไรก็ตามก็มีสิทธ์โดยอะไรเล็กๆน้อยในอากาศ ลอยเข้าไปทำร้ายดวงตาของเราได้ วันนี้เราจึงได้นำกรณีตัวอย่างที่อาจจะเป็นได้เมื่อมีอะไรเข้าตาของเรา พร้อมทั้งวิธีการแก้ไขมาฝากกันด้วยค่ะ

  1. สิ่งแปลกปลอมที่เยื่อบุตาขาว

มักจะเกิดจากวัตถุเล็กๆ ปลิวเข้าตา เช่น ฝุ่นละออง เศษดิน ปีกแมลง เศษผง ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการเจ็บตา ระคายเคืองตาทันที แต่บางครั้งอาการอาจจะไม่มากนัก พอที่จะลืมตาได้เอง

วิธีดูแลเบื้องต้น ใช้ไฟฉายส่องดูว่ามีเศษวัสดุติด อยู่บริเวณไหนของเยื่อบุตา ส่วนวิธีที่เอาออกง่ายๆ คือ การลืมตาในน้ำหรือล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที หากอาการเคืองยังไม่หาย และเห็นวัสดุแปลกปลอมอยู่ ให้ใช้ไม้พันสำลีสะอาดเขี่ยออก แต่ถ้าเศษวัสดุนั้นติดแน่นอาจใช้คีมขนาดเล็กๆ คีบออก หรือหากมีเข็มอาจใช้เข็มค่อยๆ เขี่ยออก เพราะโดยปกติเยื่อบุตาขาวจะไม่ค่อยไวต่อความรู้สึก เมื่อเอาเข็มเขี่ยจะเจ็บไม่มาก จึงพอทำได้โดยไม่ต้องใช้ยาชาหยอด แต่ถ้ามียาชาชนิดหยอดช่วยจะทำให้เขี่ยออกได้ง่ายขึ้น หากเขี่ยไม่ออกหรือเมื่อเอาออกแล้วยังเจ็บเคืองตามาก ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

  1. เศษผงติดที่กระจกตาหรือตาดำ

หากมีเศษผงติดอยู่ที่บริเวณนี้ ผู้ป่วยมักจะมีอาการเจ็บและเคืองตามากทันที เพราะที่กระจกตามีประสาทรับความรู้สึกมากกว่าเยื่อบุตา โดยเศษผงที่มักติดอยู่ที่กระจกตาอาจเป็นเศษเหล็กหรือปีกแมลง ถ้าเป็นเศษเหล็กถ้าเราปล่อยไว้นาน อาจเป็นสนิม และสร้างความรุนแรงกับตาของเรา

วิธีดูแลเบื้องต้น หากพบหรือสงสัยว่ามีเศษผงติดที่กระจกตาให้ลองใช้น้ำสะอาดล้าง แต่หากจะลองเขี่ยออกเองต้องใช้ยาชาหยอดก่อน มิเช่นนั้นจะทำได้ยาก ถ้าไม่แน่ใจควรไปพบแพทย์จะปลอดภัยกว่า เพราะบางครั้งการเขี่ยผงที่ตาดำกันเองอาจเป็นเหตุให้ผงฝังลึกลงไปอีก ซึ่งจะเขี่ยออกได้ยากยิ่งขึ้น

  1. สารเคมีเข้าตา

ถ้าเป็นสารเคมีอ่อน เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ แก๊สน้ำตาหรือวัตถุอันตรายที่รุนแรงกว่า เช่น น้ำกรดจากแบตเตอรี่รถยนต์ เป็นต้น หากสารเคมีที่เข้าตาเป็นสารเคมีอ่อนๆ ก็อาจทำลายเฉพาะผิวๆ ได้แก่ เยื่อบุตาหรือผิวหน้าของกระจกตาเท่านั้น แต่ถ้าเป็นกรดหรือด่างที่เข้มข้นก็อาจจะทะลุทะลวงผ่านกระจกตาเข้าไปทำลายสิ่งที่อยู่ภายในดวงตาอย่างม่านตา แก้วตา และก่อให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงภายในดวงตาถึงขั้นทำให้ตาบอดได้โดยความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นกับดวงตานั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างเช่น ขนาดพื้นผิวตาที่มีสัมผัสและระยะเวลาที่สารเคมีอยู่ในตา,ชนิดของสารเคมี โดยทั่วไปด่างจะรุนแรงกว่ากรด และยิ่งสารเคมีมีความเข้มข้นมากก็จะยิ่งมีอันตรายมาก,ความลึกที่สารเคมีซึมผ่าน โดยด่างจะมีความสามารถในการทะลุทะลวงได้ลึกกว่ากรด ,บริเวณที่สัมผัสสารเคมี หากเป็นบริเวณตาขาวต่อตาดำจะมีโอกาสถูกสารเคมีทำลายมาก และกระจกตาจะหายคืนสู่สภาพปกติได้ยาก เพราะเป็นบริเวณของ Stem Cell ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดของเซลล์บุผิวกระจกตา

วิธีดูแลเบื้องต้น การรู้แหล่งที่มาของสารเคมีต้นเหตุและความรุนแรงของอุบัติเหตุ จะช่วยในการประเมินความเสียหายต่อดวงตา เช่น คุณแม่บ้านถูกน้ำส้มสายชูกระเด็นเข้าตาน่าจะเกิดจากกรดน้ำส้มที่ไม่ค่อยรุนแรง เมื่อเทียบกับคนงานล้างท่อถูกน้ำยาล้างท่อกระเด็นเข้าตา ซึ่งน่าจะเกิดจากโซดาไฟที่เป็นด่างอันตรายรุนแรง สำหรับวิธีการดูแลอันดับแรกที่ต้องทำด่วนคือ การขจัดสารเคมีออกจากตาโดยเร็วที่สุด โดยการล้างตาด้วยน้ำสะอาดที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ล้างบ่อยๆ และนานพอ รวมถึงต้องไปพบแพทย์ในทันที ที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ไวที่สุด เพราะอาจมีผลทำให้ตาบอดได้

อย่างไรก็ตามหากเราจำเป็นที่จะต้องทำอะไร ที่มีความเสี่ยงกับลูกตาของเราก็ควรที่จะสวมแว่นตา หรือเวลาขับขี่รถก็ควรที่จะสวมหมวกนิรภัยชนิดมีกระจกหน้ากั้นเพื่อช่วยให้สิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ดวงตาของเราได้ยากขึ้น ป้องกันไว้นั้นดีกว่ามาแก้นะค่ะ เพราะถ้าหากมันรุนแรงมาก คุณอาจจะต้องเสียดวงตาที่มีความสำคัญกับชีวิตของคุณไปก็ได้