อันดับดาราเกาหลีที่สร้างรายได้ให้กับตนเองมากที่สุด

อันดับที่ 1 ชาย ซงจุงกิ   ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 1,700,000 บาท ต่อซีรีส์ 1 ตอนเท่ากับอีจงซอก

       ซงจุงกิ พ่อหนุ่มอปป้าหน้าใส วัย 34 ปีที่มีโปรไฟล์ดี เรียนดี กีฬาเด่น มีคุณสมบัติดูเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมไปซะหมด และเป็นดาราเกาหลีชายที่ทำให้สาวๆชาวเอเชียหายใจไม่ทั่วท้อง กับบท กัปตันยู ในซีรีส์เกาหลีดังเรื่อง Descendants of the sun  รับบทนี้เป็นอะไรที่เท่มากๆ

เชื่อว่าสาวๆหลายคนคงอินตามคิดว่าตัวเองเป็นหมอคังแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ ส่วนผลงานล่าสุดของซงจุงกิ ที่ดูกันใน Netflix คือเรื่องArthdal Chronicles ซึ่งมีนักแสดงนำระดับตัวท็อปมาร่วมแสดงมากมาย เช่น จางดงกอน คิมจีวอน คิมอ๊กบิน ซึ่งหนังเรื่องนี้ลงทุนเป็นหลายพันล้านบาทอีกด้วย

อันดับที่ 1 หญิง  จอนจีฮยอน (Jun Ji Hyun)  ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 3,000,000 ล้านบาทต่อซีรีส์ 1 ตอน

       จอนจีฮยอน หรือที่คนไทยเรียกกันจนติดปากจนชินว่า จวนจีฮุน ปัจจุบันอายุ 38 ปี ถึงจีฮุนจะมีลูกแล้ว 2 คน แต่ความสวยก็ยังเจิดจรัสอยู่ในวงการบันเทิงเสมอ จีฮุนเริ่มเข้าวงการตอนอายุ 16 ด้วยการถ่ายแบบนิตยสารก่อน

หลังจากนั้นเธอก็โด่งดังจากเรื่อง ยัยตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม ทำให้คนรู้จักกันเป็นจำนวนมากรวมถึงคนไทย แต่ซีรีส์ที่ทำให้จีฮุนได้มาติดอันดับนักแสดงหญิงที่ค่าตัวแพงที่สุดของเกาหลีก็คือเรื่อง You Who come from the star ในปี 2014

ซึ่งแสดงร่วมกับพระเอกคิมซูฮยอนที่เป็นดารานักแสดงชายเกาหลีที่ค่าตัวแพงที่สุด และเธอได้ทิ้งผลงานซีรีส์ล่าสุดไว้ตอนปี 2016 เล่นประกบคู่กับพระเอกขวัญใจสาวๆหลายๆคน ลีมินโฮ กับเรื่อง The Legend of the blue sea

อันดับที่ 2 หญิง ลียองเอ (Lee Young Ae)ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2,900,000 ล้านบาทต่อซีรีส์ 1 ตอน

       ลียองเอ ปัจจุบันอายุ 48 ปี จบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยฮัยยาง ปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยซุงอาง สามารถพูดได้ 3 ภาษา คือ ภาษาเกาหลี ภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ

ซีรีส์ที่ทำให้ลียองเอโด่งดังรู้จักกันเป็นอย่างมากคือ เรื่องแดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง บทแดจังกึมได้อ้างอิงมาจากเรื่องจริงของประวัติศาสตร์เกาหลีที่เป็นหญิงสาวที่สามารถเป็นหมอหลวงได้เป็นคนแรกในราชวงศ์โซชอน

Continue Reading

ใครที่ท้อแท้ควรให้กำลังใจตัวเองบ้าง 

มีผลวิจัยกันว่าความสุขที่เต็มที่นั้นจะมีตอนอายุยี่สิบต้นๆ

แล้วความสุขนั้นจะค่อยๆลดลงตอนเมื่อเรานั้นอยู่ในวัยช่วงกลางคน และจะกลับมามีชีวิตที่มีความสุขอีกครั้งเมื่อตอนที่เรานั้นเริ่มอยู่ในช่วงบั้นปรายของชีวิต แล้วตอนนี้เราอยู่ในช่วงไหนของชีวิตกันค่ะ   แย่นะค่ะที่เราต้องอยู่ในช่วงที่กลางคนที่เราต้องทำงานแล้วต้องเจอภาระ เจอกับความเครียด เจอกับเรื่องเงินทอง

การที่เรานั้นตกงาน ยากมากค่ะกว่าจะผ่านมรสุมของชีวิตนั้นไปให้ได้ ช่วงวัยกลางคนนั้นเป็นอะไรที่เหนื่อยสุด ต้องแบกภาระหลายอย่าง ไหนจะเจอเรื่องงาน เรื่องลูก เรื่องภายในครอบครัว แต่กว่าจะผ่านมันไปได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายกันเลยนะค่ะ ชีวิตกลางคนนั้นกว่าจะสร้างอะไรมาสักอย่างนั้นต้องใช้เวลาในการฝ่าฟันหลายอย่าง

ทั้งความกดดันในแต่ละเรื่อง ใช่ค่ะโลกสอนเราให้เราต้องเดินต่อและไม่มีอะไรที่อยู่กับเราได้ตลอดหรอกค่ะ ดังนั้นไม่มีอะไรที่เที่ยงแท้หรอกค่ะ เมื่อมีขาขึ้นก็ต้องมีขาลงเหมือนกัน  แต่ใครที่มีอาการท้อแท้เรามีวิธีที่ช่วยให้ตัวเองนั้นลุกขึ้นสู้กันมาดูค่ะว่ามีอะไรบ้าง 

ยอมรับแล้วต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ความทุกข์นั้นมีอยู่สองอย่างกัน

คือ ความทุกข์ที่เกิดจากความเจ็บปวดและความทุกข์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง  ความทุกข์จากการเจ็บปวดก็เมื่อเรานั้นต่อต้านกับมันเราจึงรู้สึกเจ็บปวดแล้วท้อแท้ หากเรานั้นเลือกที่จะยอมรับกับมันเราจะเปลี่ยนแปลงเพื่อที่เราต้องพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอยู่ที่เรานั้นต้องเลือกว่าเรานั้นต้องอยู่ในหมวดหมู่อะไร เมื่อเรานั้นเจ็บปวดเราต้องลุกขึ้นสู้เพื่อที่เรานั้นต้องก้าวเดินต่อไป แต่ถ้าเรานั้นรู้จักการปล่อยวางบ้างก็จะทำให้เรานั้นรู้สึกผ่อนคลายไม่เครียดมาก

โอบกอดตัวเอง ใช่ค่ะเมื่อเรานั้นท้อแท้เราควรโอบกอดตัวเองเพื่อที่จะได้มีกำลังใจ

เราอย่าเอาตัวเรานั้นไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เราลองมองย้อนกลับไปสิว่าในอดีตเรานั้นก็เคยทำอะไรที่มีความสุขแล้วประสบความสำเร็จบ้าง เอามาชื่นชมตัวเองเพื่อที่ตัวเรานั้นจะได้มีกำลังใจ แล้วเลิกเอาตัวเองนั้นไปวัดเปรียบเทียบกับตนอื่น 

เตือนตัวเองว่าของที่เรานั้นเสียไปเป็นแค่ของชั่วคราว  ไม่ว่าจะเป็นความศูนย์เสียอะไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลว ขอให้รู้ว่าไม่มีอะไรที่อยู่กับเราได้นาน ความที่เรานั้นผิดหวัง เพียงแค่เรานั้นต้องใช้เวลา ไม่ว่าเวลานั้นจะนานแค่ไหนขอให้เรานั้นสู้แล้วเดียวก็ผ่านพ้นไป 

หากคุณเป็นคนที่กำลังท้อแท้เราอยากให้คุณนั้นลองหันมองไปรอบๆตัวคุณว่ามีคนที่รักคุณอยู่เราเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังท้อขอให้ลุกขึ้นสู้เพื่อคนที่รออยู่นะค่ะ 

Continue Reading